ภาษาไทย | English
หุ่นที่แสดง
แผนผังห้องแสดงหุ่นพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย
 
 
พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย  เป็นอาคาร  ๒ ชั้น  จัดแสดงหุ่นชุดต่าง ๆ  ดังนี้
 
 
 
 

ห้องแสดงหุ่นภายในพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย
ชั้นล่าง

 
 

๑. ชุดประวัติศาสตร์      

 
  ผลงานเทิดพระเกียรติ
พระบรมรูปอดีตพระมหากษัตริย์ราชวงศ์จักรี  รัชกาลที่  ๑ – ๘

 
 
 
 
          สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี  
ทรงสร้างพระราชธานีในปี พ.ศ. ๒๓๒๕   มาจนบัดนี้เป็นเวลากว่า ๒๐๐ ปี  
ตลอดเวลาที่ผ่านมา ชาวไทยได้อยู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุขด้วยพระบารมีของ 
พระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีทั้ง  ๙  พระองค์   
ซึ่งทุกพระองค์ทรงปกครองประเทศ และทำนุบำรุงบ้านเมืองด้วยพระปรีชาสามารถและพระมหากรุณาธิคุณ 
ทรงนำชาติไทยผ่านพ้นภยันตราย  รักษาเอกราชของชาติไทยให้ประชาราษฎร์  ได้อยู่อย่างสุขสงบมาทุกกาลสมัยตราบเท่าทุกวันนี้...

           เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในพระมหากษัตริย์ราชวงศ์จักรี  พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย  ได้สร้างสรรค์ 

"ประติมากรรมแห่งชีวิต"  ชุด  "พระบรมรูปอดีตพระมหากษัตริย์ราชวงศ์จักรี   รัชกาลที่ ๑ - ๘"  

ประดิษฐานในท้องพระโรงอันโอ่โถงสวยงาม


 
 
 

ชุด  ความทรงจำอันงดงาม 
สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี 
และ  
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์


 
 
      ในปีพุทธศักราช  ๒๕๔๓   องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ  หรือ  ยูเนสโก 
ได้เฉลิมพระเกียรติยกย่องให้ 
สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงเป็น  "บุคคลสำคัญของโลก" 
เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ ครบ ๑๐๐ ปีของพระองค์ท่าน  
กอรปกับภาพความทรงจำอันงดงามของพสกนิกรชาวไทย และความบางตอน  
จากพระดำรัสของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์  

"หลายอย่างมาจากทูลหม่อมพ่อ  ผ่านมาทางแม่  แม่มาบอกเราว่า  ต้องทำอะไร   
ต้องทำงาน กลับเมืองไทยต้องทำอย่างนั้น  อย่างนี้"   


บอกเล่าถึงคำสอนสำคัญที่สืบทอดมา   อีกทั้งในฐานะพระธิดาทรงอยู่เคียงข้าง  ทรงงานถวาย  
ทรงดูแลสมเด็จพระบรมราชชนนี ที่ทรงเจริญพระชนมายุมากอย่างใกล้ชิด   
ภาพความผูกพันนี้เป็นจุดที่ทำให้  พิพิธภัณฑ์ฯ สร้างผลงานชุด 

"ความทรงจำอันงดงาม 
สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี   
และ  
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์"   


ขึ้นด้วยความจงรักภักดี   
เพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจ พระเกียรติคุณ เพื่อเทิดพระเกียรติที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย  
และเพื่อเป็นการสืบสานพระปณิธานของทั้งสองพระองค์ให้ยืนยงสถาวรสืบไป
       

 
 
 

๒. ชุดพระอริยสงฆ์

 
             ประกอบด้วย  รูปหุ่นพระอริยสงฆ์   จำนวน  ๑๗  รูป  
 
 
         
          จากประสบการณ์ชีวิตของประติมากร ด้วยแรงศรัทธาที่มีต่อพระอริยสงฆ์ในฐานะที่เป็นปูชนียบุคคล  
ผู้เป็นที่เคารพนับถือของเหล่าพุทธศาสนิกชน คุณความดีของท่านในการสืบทอดศาสนา ชี้นำทางสู่แสงสว่าง    
และความสงบสุขแก่มวลมนุษย์ 
สะท้อนให้เห็นภาพว่าบ้านเมืองเรายังมีพระสงฆ์อีกมากมาย ซึ่งท่านไม่ได้ประกาศตัวเอง 
ท่านบำเพ็ญวัตรปฏิบัติที่เป็นของพระสงฆ์   ให้ประชาชนได้รู้จักธรรมะที่แท้จริง   และก่อให้เกิดประโยชน์แก่สังคม

“ประติมากรรมแห่งชีวิต”  ชุด  “พระอริยสงฆ์”  

จำนวน  ๑๗  รูป  จึงได้รับการจำลองรูปลักษณ์ออกมาอย่างมีชีวิต 
และประดิษฐานอยู่กลางองค์ประกอบและบรรยากาศที่ดูขลังดั่งเป็นจริง

 
 
 

  ๓. ชุด   "มุมหนึ่งของชีวิต"

 
          -  หุ่นชุด  "หมากรุกไทย"


         
มนุษย์....
ต้องการความสุข  และความเพลิดเพลิน เพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงาม 

“หมากรุกไทย” 
เป็นกีฬาที่เล่นกันในยามว่าง 
และยังเป็นการฝึกสมองให้รู้จัก
แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ด้วย 
ดังที่สื่อออกมาทางรูปหุ่น
เสมือนจะถ่ายทอดลีลาชีวิตมนุษย์
กับนิสัยชิงดีชิงเด่นที่จะไขว่คว้า
ความเป็นผู้ชนะ

 
 
 

  

     - หุ่นชุด  "ครอบครัวไทย"

 
        

 สะท้อนถึงระบบสังคมพื้นฐานของมนุษย์  ที่มีสายใยความผูกพันระหว่างสายเลือด ความอบอุ่น  ความเอื้ออาทร 
และการปลูกฝังจิตวิญญาณที่ดี  
อันเป็นพื้นฐานในการพัฒนาตนเอง
ไปสู่สังคมภายนอก  
หุ่นชุดนี้แสดงถึง
ความผูกพันอันอบอุ่นแบบไทยไทย 
ที่เป็นลักษณะของครอบครัวใหญ่ 
แต่มีความใกล้ชิดกัน
จากรูปหุ่นจะเห็นถึงความรัก ความผูกพันระหว่างยาย แม่ หลาน
ที่แสดงออกอย่างลึกซึ้ง
จากสายตาที่อ่อนโยนของยายและแม่ ที่
ทอดสายตาไปยังเด็กชาย
ด้วยใบหน้ายิ้มละมัย

 
 
       
 
  - หุ่นชุด  "สนใจในข่าว"




          มนุษย์ทุกยุคทุกสมัยมีจิตใจใฝ่รู้  มีการพัฒนาตนเองอยู่เสมอ  เริ่มตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยชรา 
หุ่นชุดนี้จะสะท้อนความหมายดังกล่าวออกมาได้ดี  ไม่มีข้อจำกัดของความใฝ่รู้  ไม่ว่าเวลา  สถานที่  หรือแม้แต่วัย  ดังคำกล่าวว่า  

" ไม่มีใครแก่เกินเรียน "


 
 
 

    - หุ่นชุด "เลขาน่ารัก"


      
          สะท้อนภาพชีวิตของคนทำงาน
ที่ต้องมีภาระ  หน้าที่  ความรับผิดชอบ ซึ่งเป็นช่วงสำคัญช่วงหนึ่งในชีวิต
ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้  


หุ่นเลขาน่ารัก

เป็นตัวอย่างหนึ่งที่แสดงถึง
คนที่กำลังทำงานอย่างตั้งใจ 
โดยไม่มีเวลาสนใจกับสิ่งรอบตัว


 
 
       


  
 - หุ่นชุด  "เหนื่อยนักพักก่อน"




           ธรรมชาติของคนเรา   เมื่อร่างกายเหนื่อยล้า  อ่อนเพลีย  
ไม่ว่าจะเกิดจากความเครียด  ความเจ็บป่วยหรือเหนื่อยล้าจากการทำงาน  
ต้องมีช่วงเวลาที่จะปล่อยวางจากภาระต่าง ๆ หาเวลาพักผ่อนตามสมควร 
เพื่อให้ร่างกายและจิตใจ พร้อมที่จะดำเนินชีวิตต่อไป 
แม้แต่ขณะที่เพลิดเพลินกับการอ่านหนังสือ 
ก็อาจเผลอหลับไป.....โดยไม่รู้ตัว...

 
 
     
 




ชั้นบน

 
 





๔. ชุด บุคคลสำคัญ 

 
   นิทรรศการพิเศษ 
๓  ครูเพลงไทย  
และ 
๓  บุคคลสำคัญของโลก 


    - รูปหุ่นครูเพลงไทย    ประกอบด้วย
                บรมครูพรานบูรพ์,    ครูเอื้อ  สุนทรสนาน   และ ครูไพบูลย์  บุตรขัน

 
 
   
   
            ครูไพบูลย์    บุตรขัน                         ครูเอื้อ    สุนทรสนาน                        บรมครูพรานบูรพ์

    -  ครูจวงจันทน์  จันทร์คณา  (บรมครูพรานบูรพ์)    
ชาวจังหวัดเพชรบุรี  เป็นผู้สืบทอดละครร้องจากกรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ 
ได้รับความนิยมจากแฟนละคร ผลงานที่มีชื่อเสียงมากคือ ละครร้องเรื่อง "จันทร์เจ้าขา" และ  "โรสิตา" 
ท่านเป็นนักปฏิรูปเพลงไทยในด้านรูปแบบคนแรกของเมืองไทย

    -  ครูเอื้อ  สุนทรสนาน   
ชาวจังหวัดสมุทรสงคราม  ผู้สร้างสรรค์เพลงไทยสากลที่ไพเราะไว้ประมาณ  ๒,๐๐๐ เพลง 
และก่อตั้งวงดนตรี  "สุนทราภรณ์"

    -  ครูไพบูลย์    บุตรขัน  
ราชานักแต่งเพลงลูกทุ่งไทย   ชาวจังหวัดปทุมธานี 
ผู้สร้างสรรค์ผลงานเพลงที่มีความไพเราะเป็นอมตะไว้มากมาย 
ได้รับการยกย่องว่าเป็น  "บิดาแห่งเพลงลูกทุ่ง"


    - รูปหุ่นชุด  "  ๓ บุคคลสำคัญของโลก" ประกอบด้วย
                    อับราฮัม  ลินคอล์น,  เซอร์ วินสตัน เชอร์ชิล   และ มหาตมา คานธี

 
 
 
 
       ประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอล์น    เซอร์ วินสตัน เชอร์ชิล               มหาตมา  คานธี
 

    - ประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอล์น  
ประธานาธิบดีคนที่ ๑๖  ของสหรัฐอเมริกา  ผู้ปลดปล่อยทาส 
เป็นประธานาธิบดีคนแรกที่ถูกลอบสังหารในประวัติศาสตร์ของประเทศสหรัฐอเมริกา

    -  เซอร์ วินสตัน เชอร์ชิล  
นายกรัฐมนตรีและรัฐบุรุษผู้ยิ่งใหญ่แห่งอังกฤษ  มีส่วนช่วยในการนำชัยชนะมาสู่ฝ่ายพันธมิตร 
ด้วยการรักษากำลังใจของฝ่ายอังกฤษ  และรักษาเอกภาพของฝ่ายพันธมิตร 
จนได้รับชัยชนะเหนือฝ่ายอักษะ

    - มหาตมา คานธี   
บิดาแห่งประชาชาติอินเดีย  
เป็นนักการเมืองที่อุทิศตนเข้าต่อสู้เพื่ออิสรภาพของประเทศจากการปกครองของอังกฤษ   
และโลกจดจำ คานธี ในนามว่า  "มหาตมา" แปลว่า ผู้มีจิตใจสูงส่ง
 
    - รูปหุ่น  "ขงจื้อจอมปราชญ์"


 
              จากความเชื่อที่ว่า   "ความดีเป็นสากล"   คนดีอยู่ไหนก็ได้  แต่ขอให้เป็นคนดีที่แท้จริง
          บุคคลสำคัญของโลก  ท่านบรมครู  "ขงจื๊อ"   ท่านมิใช่เป็นเพียงบรมครูและศาสดาของคนจีนเท่านั้น
ประวัติและคำสอนของท่านเป็นปรัชญาตะวันออก  ที่บ่งบอกและสะท้อนถึง  คุณงามความดี 
เป็นรากฐานสำคัญในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติของมวลมนุษยชาติ คุณธรรม เมตตาธรรมและธรรมจริยา 
เป็นมรดกที่ท่านฝากไว้แก่ชาวโลกมา กว่า  ๒,๕๐๐  ปี 
ยังคงตรึงอยู่ในทุกชีวิตมิเสื่อมคลาย  ด้วยความคารวะและศรัทธา
 
 
 


๕. ชุด "สมเด็จพระปิยมหาราชกับการเลิกทาส"

 
 

 

           เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
  
“สมเด็จพระปิยมหาราชกับการเลิกทาส”   
พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทยได้จัดแสดงนิทรรศการแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับระบบทาสในบรรยากาศจำลอง
เหมือนจริงที่ประกอบด้วยแสง  สี  เสียง  จนทำให้รู้สึกเหมือนเข้าไปอยู่ในอดีต 
ประกอบด้วย  ชุดทาสในเรือนเบี้ย,  ชุดบ่อนเบี้ย,  ชุดทาสถูกโบย,  ชุดชีวิตใหม่ 

ทุกชุดสะท้อนให้เห็นภาพคนไทยสมัยที่ตกเป็นทาสว่า ทุกข์ทรมานอย่างไร 
แสดงให้เห็นชีวิตความเป็นอยู่ของทาส และหลังจากเลิกทาสแล้วเป็นอย่างไร   
ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวที่มีการเลิกทาสโดยไม่เสียเลือดเนื้อ  
บอกเล่าถึงพระมหากรุณาธิคุณขององค์สมเด็จพระปิยมหาราช
ที่ทรงประกาศเลิกทาส  
และรำลึกถึงพระบารมีของพระองค์ที่ทรงพระราชทานอิสรภาพแก่พสกนิกรตราบนานเท่านาน
 
 


๖. ชุด  "พระอภัยมณีของสุนทรภู่"

 
 

         ชุดวรรณคดีไทย  “พระอภัยมณีของสุนทรภู่” 
ประกอบด้วย  รูปท่านสุนทรภู่   ซึ่งได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นกวีเอกของโลก   
และตัวละครจาก  เรื่อง  "พระอภัยมณี"   คือ  พระอภัยมณี,  ศรีสุวรรณ,
สามพราหมณ์,  ฤาษี,   ผีเสื้อสมุทร,  นางเงือก, สุวรรณมาลี, สินสมุทร, สุดสาคร,
ม้านิลมังกร, อุศเรน,นางละเวง และชีเปลือย
 
 

 
๗. ชุด  "การละเล่นของไทย"

 
 
       การละเล่น   หมายถึง  การเล่นดั้งเดิมของเด็กและผู้ใหญ่  เพื่อความบันเทิงใจ  ทั้งที่เป็นการเล่นที่มีกติกา
และไม่มีกติกา  หรืออาจจะมีบทร้อง  ท่าเต้น  ท่ารำประกอบ  เพื่อให้งดงามและสนุกสนานยิ่งขึ้น   ช่วยให้ผ่อน
คลายความตึงเครียด  เสริมสร้างกำลังกายให้แข็งแรง  และทำให้เกิดความสามัคคีในหมู่คณะ อีกด้วย พิพิธภัณฑ์ฯ 
สะท้อนวัฒนธรรมการละเล่นของไทยออกเป็นรูปหุ่นขี้ผึ้งไฟเบอร์กลาสชุดต่าง ๆ  รวม ๕ ชุด  คือ
   
       -  การละเล่นของผู้ใหญ่  ๑  ชุดคือ  ตำนานหัวล้านไทย  การเล่น "หัวล้านชนกัน"
   


         ตำนานหัวล้านไทยเป็นเรื่องราวที่สืบทอดมายาวนาน   มีคุณค่าสมควรแก่การศึกษา  
หุ่นชุดนี้นอกจากแสดงถึงศิลปความงดงามของหุ่นขี้ผึ้งแล้ว ยังแสดงถึงตำนานหัวล้านไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน   และสร้างขึ้นด้วยเจตนายกย่องเชิดชูในเชิงวิชาการ
  และจำลองลักษระศีรษะล้าน  ๗  ชนิดไว้ให้ได้ศึกษาด้วย 
คือ
๑. ทุ่งหมาหลง  ๒. ดงช้างข้าม  ๓. ง่ามเทโพ  ๔ ชะโดตีแปลง ๕.แร้งกระพือปีก  ๖. ฉีกหางฟาด ๗. ราชคลึงเครา
 
           หัวล้านชนกัน   เป็นกีฬาของผู้ชายที่มีมาแต่โบราณกาล  ก็คือ  การนำคนหัวล้าน  ๒   คนมาชนกัน  
เช่นเดียวกับการชนวัว  ที่คนไทยรู้จักกันดี  อวัยวะส่วนที่นำมาชนกันก็คือ  หัวล้าน  ของคนทั้งคู่ไม่เกี่ยงว่าจะเป็น 
หัวล้านทุ่งหมาหลง ดงช้างข้าม  ง่ามเทโพ  ชะโดตีแปลง  แร้งกระพือปีก  ฉีกขวานฟาด   หรือราชคลึงเครา  
แต่ส่วนใหญ่มักจะเป็นประเภททุ่งหมาหลง   การถือแพ้ชนะอยู่ที่การยอม   หรือแสดงว่าสู่ไม่ได้แล้ว
 
 
 

    -  การละเล่นของเด็ก  ๔  ชุด

 
 
        ประกอบไปด้วยการละเล่น   จ้ำจี้,  ขี่ช้างชนกัน,  แมงมุม  และรีรีข้าวสาร 
เป็นการอนุรักษ์การละเล่นของไทย   โดยใช้หุ่นขี้ผึ้งไฟเบอร์กลาสเป็นสื่อ 
และรูปหุ่นเด็ก  ยังได้แสดงถึงลักษณะผมของเด็กไทยสมัยโบราณ 
คือ ผมจุก, ผมแกละ, ผมโก๊ะ และผมเปีย  
ไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาค้นคว้าต่อไปด้วย 

 
ชุดที่ ๑   การเล่น "จ้ำจี้"



จำนวนผู้เล่น : ประมาณ  ๒ - ๓ คนขึ้นไป
วิธีเล่น :
            ผู้เล่นนั่งล้อมวงกัน คว่ำมือทั้งสองลงบนพื้น คนหนึ่งเป็นคนจี้ โดยใช้นิ้วชี้จิ้มไปที่นิ้วของผู้เล่น
ไล่ไปทีละนิ้วให้รอบวง พร้อมทั้งร้องเพลงไปด้วย เมื่อร้องจบแล้ว จิ้มอยู่ที่นิ้วใดคนนั้นต้องพับนิ้วนั้นเข้าไป
ผู้จิ้มก็เริ่มเล่นใหม่ไปเรื่อยๆ ใครต้องพับนิ้วทั้งหมดเป็นคนแรกแพ้

บทร้องประกอบ :     "จ้ำจี้มะเขือเปราะ กระเทาะหน้าแว่น พายเรืออกแอ่น กระแท่นต้นกุ่ม
สาวๆ หนุ่มๆ อาบน้ำท่าไหน อาบน้ำท่าวัด เอาแป้งที่ไหนผัดเอากระจกที่ไหนล่อง
เยี่ยมๆ มองๆ นกขุนทองร้องฮู้..."



ชุดที่ ๒   การเล่น "ขี่ช้างชนกัน"



      การละเล่นพื้นบ้านเก่าแก่ของเด็กไทยในทุกภาค เป็นการเล่นที่ผู้เล่นต้องจับคู่กัน
คนหนึ่งเป็นคนขี่หลัง อีกคนหนึ่งเป็นคนให้ขี่ และเป็นการเล่นที่เน้นผลการแพ้ชนะ
ขี่ช้างชนกัน ชื่อนี้เหมาะสมกับการละเล่นของไทยชุดนี้มาก เพราะเมื่อชนกันแล้ว คงไม่มีคู่ใดจะยอมแพ้
ดังนั้นเรี่ยวแรงมีเท่าไหร่ก็วิ่งเข้าใส่กันเต็มที่
การละเล่นชนิดนี้จึงเปรียบเสมือนช้างชนกัน...


ชุดที่ ๓   การเล่น "แมงมุม"



จำนวนผู้เล่น : ผู้เล่น   ๒ - ๔  คน
วิธีเล่น : 
                 ผู้เล่นใช้นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ หยิบหลังมือของคนแต่ละคนสลับกัน
เช่น คนที่ ๒ ใช้มือซ้ายหยิบหลังมือซ้ายของคนที่ ๑ 
คนที่ ๓ ใช้มือซ้ายหยิบหลังมือของคนที่ ๒
คนที่ ๔ ใช้มือซ้ายหยิบหลังมือซ้ายของคนที่ ๓
จากนั้นคนที่ ๑ ใช้มือขวาหยิบหลังมือซ้ายคนของคนที่ ๔
คนที่ ๒ หยิบหลังมือขวาของคนที่ ๑ ต่อ ๆกันไป
แล้วผู้เล่นทุกคนก็ยกมือที่หยิบกันต่อๆ นั้น ขึ้น ๆ ลง ๆ พร้อมกับร้องเพลงประกอบการเล่น 
พอร้องถึงวรรคสุดท้ายก็ปล่อยมือพร้อม ๆ กัน แล้วเริ่มเล่นใหม่

บทร้องประกอบ :     แมงมุมขยุ้มหลังคา  แมวกินปลา  หมากัดกระพุ้งก้น



ชุดที่ ๔   การเล่น "รีรีข้าวสาร"


จำนวนผู้เล่น : เล่นได้ตั้งแต่ ๓ คนขึ้นไป
วิธีเล่น :
               ผู้เล่น ๒ คนยืนหันหน้าเข้าหากันโน้มตัวประสานมือกันเป็นรูปซุ้ม 
ส่วนผู้อื่นเกาะเอวต่อ ๆ กันตามลำดับ 
หัวแถวจะพาลอดใต้ซุ้มมือพร้อมกับร้องบทร้องประกอบการเล่น 
เมื่อร้องถึงประโยคที่ว่า  “คอยพาน - คนข้างหลังไว้”  ผู้ที่ประสานมือเป็นซุ้มจะลดมือลงกันคนสุดท้ายไว้ 
ซึ่งคนสุดท้ายจะถูกคัดออกไปจากแถว
แล้วจึงเริ่มต้นเล่นใหม่ทำเช่นนั้นจนหมดคน

บทร้องประกอบ : "รีรีข้าวสาร สองทะนานข้าวเปลือก
เด็กน้อยตาเหลือก
เลือกท้องใบลาน
คดข้าวใส่จาน
คอยพานคนข้างหลังไว้"

 



 
                           
ปัจจุบัน  พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย  จัดแสดงรูปหุ่นรวมทั้งสิ้น   ๑๒๕  รูป
และมีการสร้างรูปหุ่นเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ 
(เมื่อท่านไปเยี่ยมชมอาจมีรูปหุ่นใหม่ ๆ ให้ชมมากกว่านี้)